
บอลเต็งคือการแทงคู่เดียวต่อหนึ่งบิล ส่วนบอลสเต็ปหรือบอลชุดคือการรวมหลายคู่ไว้ในบิลเดียวและต้องถูกทุกคู่ถึงจะได้เงิน เต็งได้น้อยแต่โอกาสสูงกว่า สเต็ปได้มากแต่โอกาสต่ำลงทุกครั้งที่เพิ่มคู่ บทนี้พี่จะอธิบายวิธีคิดเงินของทั้งสองแบบแบบตัวเลขจริง ให้น้องเห็นด้วยตาตัวเองว่าความต่างอยู่ตรงไหน
บอลเต็งคืออะไร ทำไมพี่ให้มือใหม่เริ่มที่นี่
บอลเต็ง (Single) คือหนึ่งบิลต่อหนึ่งการเลือก เช่น เลือกทีม A ต่อครึ่งลูก หรือเลือกสูง 2.5 ในคู่ใดคู่หนึ่ง ผลของบิลขึ้นกับคู่นั้นคู่เดียว ไม่มีอะไรมาพัวพัน
ข้อดีที่สุดของบอลเต็งคือ ควบคุมได้และวัดผลได้ น้องรู้ชัดว่าแต่ละบิลได้หรือเสียเพราะอะไร ถ้าวิเคราะห์ผิดก็กลับไปดูได้ว่าพลาดตรงไหน นอกจากนี้ยังรองรับผลแบบได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุนตามราคาต่อรอง ทำให้ความเสียหายในบางเกมไม่ถึงกับหายทั้งก้อน
ตัวอย่างคำนวณบอลเต็ง
สมมติน้องวาง 100 บาท เลือกทีมต่อที่ค่าน้ำ 0.90 (ราคาแบบฮ่องกง) ผลที่เป็นไปได้คือ
- ได้เต็ม: กำไร 100 × 0.90 = 90 บาท (รับคืนรวม 190 บาท)
- ได้ครึ่ง: กำไร 90 ÷ 2 = 45 บาท (รับคืนรวม 145 บาท)
- คืนทุน: ได้คืน 100 บาท ไม่ได้ไม่เสีย
- เสียครึ่ง: เสีย 50 บาท (ได้คืน 50 บาท)
- เสียเต็ม: เสีย 100 บาท
ข้อเสียของบอลเต็งก็ชัดเจน คือกำไรต่อบิลน้อย ต่อให้ถูกก็ได้ไม่ถึงเท่าตัวของเงินที่วาง คนที่ใจร้อนอยากได้เยอะเร็ว ๆ จึงมักหันไปหาบอลชุด ซึ่งพี่จะพาไปดูต่อ
บอลสเต็ป (บอลชุด) ทำงานอย่างไร
บอลสเต็ป (Parlay หรือ Accumulator) คือการเลือกตั้งแต่สองคู่ขึ้นไปใส่ในบิลเดียว จำนวนคู่ขั้นต่ำและสูงสุดขึ้นกับผู้ให้บริการ ส่วนใหญ่เริ่มที่ 2 คู่ และให้รวมได้ราวสิบกว่าคู่ หลักการคือ เงินจากคู่แรกจะถูกนำไปเล่นต่อในคู่ถัดไปทั้งหมด ถ้าคู่ใดคู่หนึ่งเสียเต็ม บิลนั้นจบทันที
การคำนวณง่ายที่สุดเมื่อใช้ราคาแบบยุโรป (ทศนิยมที่รวมทุนแล้ว) ถ้าหน้าเว็บแสดงแบบฮ่องกงให้บวก 1 เข้าไปก่อน เช่น 0.90 กลายเป็น 1.90 จากนั้นเอาราคาของทุกคู่มาคูณกัน แล้วคูณด้วยเงินที่วาง หลักการรวมราคาแบบนี้มีอธิบายเพิ่มในบทความ Parlay (gambling) สำหรับคนที่อยากอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างคำนวณบอลสเต็ป 3 คู่
สมมติน้องวาง 100 บาท รวม 3 คู่ ราคาตามนี้
| คู่ที่ | ราคาฮ่องกง | ราคาทศนิยม |
|---|---|---|
| 1 | 0.90 | 1.90 |
| 2 | 0.85 | 1.85 |
| 3 | 0.95 | 1.95 |
ถ้าได้เต็มทั้ง 3 คู่ จะคิดเป็น 1.90 × 1.85 × 1.95 = 6.854 คูณเงินวาง 100 บาท รับคืนรวมประมาณ 685.43 บาท กำไรราว 585 บาท เห็นได้ว่าใช้เงินเท่าบอลเต็งแต่ได้มากกว่าหลายเท่า นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้คนชอบเล่นบอลชุด
เมื่อบางคู่ออกมาได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุน
ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ใช้วิธีปรับตัวคูณของคู่นั้นแทนการตัดบิลทิ้ง หลักทั่วไปมีดังนี้ (ควรเช็กกติกาของแต่ละที่อีกครั้ง)
- ได้ครึ่ง ตัวคูณ = 1 + (ค่าน้ำ ÷ 2) เช่น ค่าน้ำ 0.85 ได้ครึ่ง ใช้ 1.425
- คืนทุน ตัวคูณ = 1 คือเหมือนตัดคู่นั้นออกไป
- เสียครึ่ง ตัวคูณ = 0.5
- เสียเต็ม ตัวคูณ = 0 บิลแพ้ทันที
ลองใช้ตัวอย่างเดิม ถ้าคู่ที่ 2 ออกมาได้ครึ่ง จะได้ 1.90 × 1.425 × 1.95 ≈ 5.28 รับคืนประมาณ 527.96 บาท ถ้าคู่ที่ 3 เสียครึ่งแทน จะได้ 1.90 × 1.85 × 0.5 ≈ 1.76 รับคืนประมาณ 175.75 บาท และถ้าคู่ที่ 3 คืนทุน จะเหลือ 1.90 × 1.85 = 3.515 รับคืน 351.50 บาท
ทำไมบอลชุดถึงยากกว่าที่คิด
ตรงนี้คือส่วนที่พี่อยากให้น้องอ่านช้า ๆ สมมติแต่ละคู่มีโอกาสถูกครึ่งต่อครึ่ง (50%) การถูกพร้อมกันหลายคู่จะลดลงแบบทวีคูณ
| จำนวนคู่ | โอกาสถูกทุกคู่ (ถ้าคู่ละ 50%) | เทียบง่าย ๆ |
|---|---|---|
| 1 คู่ (เต็ง) | 50% | 1 ใน 2 |
| 2 คู่ | 25% | 1 ใน 4 |
| 3 คู่ | 12.5% | 1 ใน 8 |
| 5 คู่ | ประมาณ 3.1% | 1 ใน 32 |
| 8 คู่ | ประมาณ 0.4% | 1 ใน 256 |
อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนบอกคือ ความได้เปรียบของเจ้ามือถูกคูณตามจำนวนคู่ด้วย ในตัวอย่างข้างบน ถ้าโอกาสจริงของ 3 คู่คือ 1 ใน 8 ราคาที่ยุติธรรมควรจ่ายราว 8 เท่า แต่ได้จริงประมาณ 6.85 เท่า ส่วนต่างนี้คือกำไรของเจ้ามือ ยิ่งรวมหลายคู่ ส่วนต่างยิ่งกว้าง ในระยะยาวบอลชุดจึงคืนเงินให้ผู้เล่นน้อยกว่าบอลเต็งโดยเฉลี่ย
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแบบเห็นภาพ
| หัวข้อ | บอลเต็ง | บอลสเต็ป |
|---|---|---|
| จำนวนคู่ต่อบิล | 1 คู่ | 2 คู่ขึ้นไป |
| กำไรเมื่อถูก | น้อย ไม่ถึงเท่าตัว | สูง เป็นหลายเท่าของเงินวาง |
| โอกาสได้ | สูงกว่า | ลดลงทุกครั้งที่เพิ่มคู่ |
| การวัดผลฝีมือ | ทำได้ชัด | ทำได้ยาก เพราะแพ้คู่เดียวก็จบ |
| เหมาะกับ | มือใหม่ คนที่อยากเรียนรู้ | คนที่เข้าใจความเสี่ยงและใช้ยอดเล็กมาก |
ลองเทียบด้วยเงินก้อนเดียวกัน 300 บาท
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติน้องเลือกสามคู่เดิมจากตัวอย่างข้างบน แล้วมีเงิน 300 บาท ทางแรกคือแบ่งเล่นบอลเต็งคู่ละ 100 บาท ทางที่สองคือลงบอลสเต็ปบิลเดียว 300 บาท (คิดเฉพาะกรณีได้เต็มหรือเสียเต็ม ไม่มีครึ่ง)
| ผลที่เกิดขึ้น | เต็ง 3 บิล บิลละ 100 | สเต็ป 3 คู่ บิลเดียว 300 |
|---|---|---|
| ถูกทั้ง 3 คู่ | กำไร 90 + 85 + 95 = 270 บาท | กำไรประมาณ 1,756 บาท |
| ถูกคู่ที่ 1 และ 2 ผิดคู่ที่ 3 | กำไร 90 + 85 − 100 = 75 บาท | เสีย 300 บาท |
| ถูกแค่คู่ที่ 3 | 95 − 200 = เสีย 105 บาท | เสีย 300 บาท |
| ผิดทั้ง 3 คู่ | เสีย 300 บาท | เสีย 300 บาท |
จะเห็นว่าบอลเต็งให้ผลลัพธ์แบบ “ไล่ระดับ” ถูกมากได้มาก ถูกน้อยเสียน้อย ส่วนบอลสเต็ปมีแค่สองทาง คือได้ก้อนใหญ่หรือเสียทั้งหมด แม้วิเคราะห์ถูกถึงสองในสามคู่ บิลก็ยังแพ้ ตรงนี้คือเหตุผลที่บอลเต็งเหมาะกับการเรียนรู้และวัดฝีมือมากกว่า เพราะสะท้อนความแม่นของการวิเคราะห์ได้ตรงกว่า
พี่แนะนำให้เลือกแบบไหน
ถ้าน้องเพิ่งเริ่ม ให้ใช้บอลเต็งเป็นหลักไปก่อนอย่างน้อยสักหนึ่งฤดูกาล จดผลทุกบิล ดูว่าวิเคราะห์ถูกมากกว่าผิดหรือเปล่า ถ้าอยากลองบอลชุดเพื่อความสนุก ให้ตั้งกฎกับตัวเองไว้สามข้อ
- ใช้ยอดเงินเล็กกว่าบอลเต็งมาก เช่น ไม่เกินหนึ่งในห้าของยอดที่ใช้ต่อบิลปกติ
- รวมไม่เกิน 2-4 คู่ และเลือกเฉพาะคู่ที่ศึกษาข้อมูลแล้วจริง ไม่ใส่เพิ่มเพื่อให้ราคาสวย
- มองว่าเงินก้อนนี้คือค่าความบันเทิง ถ้าเสียก็จบ ไม่ตามแก้ด้วยบิลใหญ่กว่าเดิม
คำเตือนจากพี่: ทั้งบอลเต็งและบอลสเต็ปมีความเสี่ยงที่จะเสียเงินทั้งหมดที่วาง ไม่มีสูตรไหนการันตีกำไร เล่นเท่าที่เสียได้เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
บอลสเต็ปต้องรวมกี่คู่ขั้นต่ำ
ส่วนใหญ่ขั้นต่ำคือ 2 คู่ ส่วนจำนวนสูงสุดแล้วแต่ผู้ให้บริการกำหนด ควรอ่านกติกาของที่ที่ใช้งานก่อนทุกครั้ง
ถ้าคู่หนึ่งในบอลชุดถูกเลื่อนการแข่งขัน จะเป็นอย่างไร
โดยทั่วไปคู่ที่ถูกยกเลิกหรือเลื่อนเกินเวลาที่กำหนดจะถูกนับเป็นคืนทุน ตัวคูณเท่ากับ 1 แล้วบิลยังเดินต่อด้วยคู่ที่เหลือ
เลือกสองคู่จากแมตช์เดียวกันลงบอลชุดได้ไหม
ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้รวมตลาดที่เกี่ยวข้องกันจากแมตช์เดียว เช่น แฮนดิแคปกับสูงต่ำของคู่เดียวกัน เพราะผลสองตลาดมีความสัมพันธ์กัน ระบบจะแจ้งเตือนตอนจัดบิล
One Response